^No! Cannabis^'s profile"Freeman"PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    "ขีดชีวี เขียนชีวา"

    "ขีดชีวี เขียนชีวา"
     
    ขีดชีวีเขียนชีวาหลากสีสรร
    วันหน้ายังคงดำรงอยู่ด้วยตัวตน
    ค้นหาสี่งที่หวัง ตามล่าสิ่งที่ฝัน
    มุ่งมั่นกล้าแกร่งดุจหินผา...
     
     
    พลาดฝันไม่พบพานสิ่งที่หวัง
    ให้รู้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย
    หากยังมีความหวังและยังคงฝัน
    สองสิ่งนั้นจะนำพาถึงที่หมาย... 
     
     
    สิ่งที่ได้มายังต้องเสียไป
    สิ่งที่อยู่ทำให้แน่ใจ
    ว่าคู่ควรแก่รักษา
    สิ่งใดมาสิ่งใดไปเป็นปรกติ...
     
     
    เดินหน้าหากยังมีพลัง
    หยุดพักหากหมดแรงใจ
    รวบรวมพลังทั้งกายและใจ
    พร้อมเมื่อไหร่ก็ก้าวเดินต่อ...
     
     
    ก้าวผลาดบ้างเป็นธรรมดา
    มายาคือกลลวงของชีวิต
    ถลำลึกยังไม่สายหากถอนตัว
    แม้มืดมัวท้ายสุดยังมีแสงสว่าง...
     
     
    เริ่มต้นใหม่ได้ตลอดเวลา
    ไม่มืค่าหากทำตนให้สิ้นหวัง
    มองหาจุดหมายใหม่ๆในชีวิต
    ให้สิ้นสุดที่...คิด ฝัน และ ลงมือทำ
     
    ................................................
     
     
    แด่...มิตรภาพที่มีให้แก่กัน
     
    Puripong Na nakhon
    14เม.ย.51 1.48น.

    ส่งท้าย...

    "วันเวลามิอาจหวนคืนฉันท์ใด การกระทำของคนก็มิอาจย้อนคืนได้ฉันท์นั้น"
    นี้อาจเป็นคำกล่าวที่ไม่น่าจะเกินเลยความจริงไปนัก
    วันเวลาหมุนเปลี่ยนไปรวดเร็วในแต่ละปี และปีนี้กำลังจะผ่านพ้นไปในอีกไม่กี่วัน
    หากแต่ที่ผ่านมาลองคิดย้อนกลับไปว่า ตัวเราได้ทำอะไรไปบ้าง มีประโยชน์ต่อตัวเราและคนรอบข้างหรือเปล่า
    ก็สุดแท้แต่การกระทำนั้น เพราะมันมิอาจย้อนคืนได้นั้นเอง
    ---------------------------
    แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร หากทว่าสิ่งที่เราได้ทำนั้น เราได้ทำอย่างเต็มกำลัง เต็มความสามารถแล้ว
    ไม่ว่าผลสุดท้าย คำตอบจะออกมาเป็นอย่างที่หวังหรือไม่ หรืออาจเป็นประโยชน์กับตนหรือใครๆ หรือให้โทษแก่ผู้ใด
    ก็ขอจงทำต่อไปอย่างที่เคยได้ทำมา เพราะถึงเวลานั้นคุณจะพูดได้เต็มปากว่า ผม..ฉัน..กู...ทำดีที่สุดแล้ว!
    -----------------------------
    ZZ...ที่ผ่านมาอาจไม่ดีพอสำหรับหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง แต่ต่อไปก็อาจจะ........เป็นดังที่ผ่านมา 555+...ZZ

    จากบทเพลงเป็นบทกวี

    ลัง
     
    นึกถึงวันที่ฉันย่ำเดิน จาก...บ้านเกิด
     
    มีลังหนึ่งใบ ใส่ความหวังไว้เต็มลัง
     
    ย่ำเท้าถึงชานชะลา ตีตั๋วรถไฟขึ้น กทม.
     
    แล้วรถไฟก็พาฉัน พาหวัง สู่หนทางที่ฉันไม่รู้ได้
     
    แว่วหวูดรถไฟ มีกำลังใจแว่วลอยตามลม
     
    มาถึงวันที่ฉันย่ำเดิน ห่างบ้านเกิด
     
    แต่ลังหนึ่งใบ กับความหวังนั้นลอยห่าง
     
    แล้วรถไฟก็พรากฝัน พรากหวัง
     
    จากหนทางที่หวังคาดไว้...ไกล
     
    สิ้นหวูดรถไฟ กำลังใจ....ลอยหายตามลม
     
    -------------------------------------------------------------------------
     
    (มาลีฮวนน่า ชุด ลมใต้ปีก)
     
    eee
     
    "มาถึงวันที่ฉันย่ำเดิน ห่างบ้านเกิด 
    แต่ลังหนึ่งใบ กับความหวังนั้นลอยห่าง"
     
     

    รับน้องม.รามฯ

    รับน้องม.รามฯปี50

    ซุ้มรามฯ-กัลยาณีศรีธรรมราช ณ.โรงเรียนบ้านท่าเรือ(เขื่อนแก่งกระจาน)จ.เพชรบุรี

    "พ่อกูขุนศรี แม่กูนางเสือง ลูกหลานเต็มเมือง รามคำแหง..."

    Image(589)     tra

    Image(585)Image(586)Image(594)Image(597)Image(599)Image(601)Image(600)Image(602)Image(603)Image(604)Image(605)Image(606)

    กลับสู่จุดๆเดิม

    กลับสู่จุดๆเดิม
     
    กลับไปเป็นอย่างเดิมดีกว่า
     ให้มันวนกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อน
    เหมือนตอนที่ไม่คุยกัน
    คงจะดีกว่ากับการเงียบแบบนี้
     
    อยู่ๆก็เงียบไปไม่รู้เพราะอะไร
    แต่ก็พอเดาออกว่าคิดอะไรอยู่
    ก็เคยบอกแล้วว่าไม่เคยหวัง
    ที่จะให้กลับมาเหมือนเดิม
     
    แค่ได้กลับมาคุยกันก็ดีแล้ว
    แต่ในเมื่อเลือกที่จะเงียบไปอีก
    ก็ไม่เป็นไร หากคิดว่ามันดี
    ก็เงียบๆกันไปแบบนี้แหละดีแล้ว
    ------------------------------------
    NewImage(01)

    ^^นครศรีธรรมราช^^

    "นครศรีธรรมราชยินดีต้อนรับ"

     feb 040628-nakorn

    1169559633 ukm10jatukam

    hokpoo NP198S1T1P1N2E

    NP198S1T1P1N13ENP198S1T1P1N14E 

    NP198S1T1P1N6E NP198S1T1P1N4E

    NP198S1T1P1N7Ewaterfallnakhon 

    Rim%20chongRimtang%20chong 

     

     

    บันทึกความนัย

                                                                  บันทึกความนัย  

                                                อยากบอกว่า (ขอโทษ) ที่ครั้งหนึ่งฉันเคยทำเฉยชากับเธอ

                                                อยากบอกว่า (เจ็บปวด) ที่ครั้งหนึ่งต้องทำเหมือนกับว่าเธอไม่มีตัวตน
                
                                                 เพราะ...
     
                                                ฉันยังจำได้ว่า  (เธอ) ดีกับฉันและเอาใจใส่ฉันมากแค่ไหน
                                                ฉันยังจำภาพเก่าๆระหว่าง (เธอ) กับฉันเมื่อวันเก่าๆได้ทุกบททุกตอน
     
                                                   ที่ผ่านมา...
     
                                                 ฉันอาจไม่เคยบอกเธอว่าฉัน (รัก) เธอ.....
                                                 เพราะสำหรับฉันการที่จะบอก (รัก) ใครสักคนมันสำคัญ
     
                                                   และตอนนี้...ฉัน
     
                                                  อยากบอกว่า (รักเธอ) แต่ไม่รู้ว่าจะสายไปหรือเปล่า?
                                                  อยากบอกว่า (รักเธอ) แต่ไม่แน่ใจว่าเธอยังจะคิดเหมือนกันมั๊ย?
                                                                                     
                                                    และเวลานี้...อย่างน้อยๆ
                                                     ฉันก็สบายใจที่ได้บอกความนัยให้เธอได้รับรู้
                                                   ------------------------------------------------------------------
                                                  
                                                              บันทึกต้นฉบับ
                                                 14/09/2007 เวลา 03:19น.
                                                  P-Na nakhon
     
                                                               shidaretuki1  

    No, woman, no cry : Bob Marley

     

     

     

    No, woman, no cry;
    No, woman, no cry;
    No, woman, no cry;
    No, woman, no cry.

    Said - said - said: I remember when we used to sit
    In the government yard in trenchtown,
    Oba - obaserving the ypocrites
    As they would mingle with the good people we meet.
    Good friends we have, oh, good friends weve lost
    Along the way.
    In this great future, you cant forget your past;
    So dry your tears, I seh.

    No, woman, no cry;
    No, woman, no cry.
    ere, little darlin, dont shed no tears:
    No, woman, no cry.

    Said - said - said: I remember when-a we used to sit
    In the government yard in trenchtown.
    And then georgie would make the fire lights,
    As it was logwood burnin through the nights.
    Then we would cook cornmeal porridge,
    Of which Ill share with you;
    My feet is my only carriage,
    So Ive got to push on through.
    But while Im gone, I mean:
    Everythings gonna be all right!
    Everythings gonna be all right!
    Everythings gonna be all right!
    Everythings gonna be all right!
    I said, everythings gonna be all right-a!
    Everythings gonna be all right!
    Everythings gonna be all right, now!
    Everythings gonna be all right!

    So, woman, no cry;
    No - no, woman - woman, no cry.
    Woman, little sister, dont shed no tears;
    No, woman, no cry.

    I remember when we used to sit
    In the government yard in trenchtown.
    And then georgie would make the fire lights,
    As it was logwood burnin through the nights.
    Then we would cook cornmeal porridge,
    Of which Ill share with you;
    My feet is my only carriage,
    So Ive got to push on through.
    But while Im gone:

    No, woman, no cry;
    No, woman, no cry.
    Woman, little darlin, say dont shed no tears;
    No, woman, no cry.

    Eh! (little darlin, dont shed no tears!
    No, woman, no cry.
    Little sister, dont shed no tears!
    No, woman, no cry.) 
    ______________________________________________________________________

    บันทึกถึงคนเดินทาง...กนกพงศ์ สงสมพันธุ์

    บันทึกถึงคนเดินทาง
     
     
    คนเดินทาง เจ้าคงจะอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยว
    เมื่อร่ำลาสายัณห์พระจันทร์เรียว รูปคมเคียวเรียวรับกับขอบฟ้า
    คงซานซมขมขื่นเมื่อคืนหนาว คงร้าวรวดปวดร้าวเสียหนักหนา
    มีเพียงจันทร์ฉันมิตร ยามนิทรา กับดวงใจแกร่งกล้ากว่าเหล็กเพชร
    มือถือเคียวเหนี่ยวปืนขึ้นยืนสู้ ตะโกนก้องร้องกู่ไม่ขามเข็ด
    ทวงน้ำตาที่หลั่งไปในทุกเม็ด ทวงน้ำเลือด ที่ลอดเล็ดและไหลทา
    อยู่ป่าเขาสันภูฤๅรู้ข่าว เสียงโฉ่ฉาวเร่าร้องก้องแผ่นฟ้า
    เมื่อตะวันโพล้พลบมาลบลา ยินเพียงว่าเสียงกู่ให้สู้คน
     
    คนเดินทาง บัดนี้เจ้าแรมร้างเหมือนสิ้นหน
    เพียงเพราะทางเดินไกล...ไกลเกินพ้น หรือเพื่อค้นหาทางใหม่ได้สัญจร
    หรือพวกเจ้าจะหยุดความใฝ่ฝัน หรือจะทิ้งอุดมการณ์มาสำส่อน
    หรือพวกเจ้า 'หมดถ่านกลับบ้านนอน' หยุดพร่ำวอนหยุดต่อสู้เพื่อชูไท
    แม้ว่าเจ้าเหนื่อยนักก็พักเสีย ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียคงหายได้
    ขอเพียงเจ้ายึดสัจจาว่าจริงใจ สูงก็เตี้ย ไกลก็ใกล้ ใช่ยากเย็น
    จดบันทึกการเดินทางการต่อสู้ ความเจ็บปวดที่ได้รู้ได้พบเห็น
    บันทึกถึงชาวชนคนลำเค็ญ เพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์การเดินทาง
    ความผิดพลาดทั้งหมดจดบันทึก แม้ส่วนลึกจะปวดร้าว ทุกก้าวย่าง
    หากดวงดาวยังพราวแสงอยู่รางราง ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี
     
    คนเดินทาง จะขอสร้างทางใหม่ในวันนี้
    คือทางธรรมทอดตัวทั่วปฐพี เพื่อผู้คนพรุ่งนี้ได้สัญจร
    ช่วยกันขุดฉุดลากช่วยถากถาง ชูแสงทองส่องทางอย่างเช่นก่อน
    เร่งตัดตรงจากป่ามานาคร เพื่อจะแผ่ไออ่อนอ้อมอกภู
    หยดเลือดพลิกประวัติศาสตร์คนเดินทาง แม้เยื่อใยความหลังยังคงอยู่
    จดบันทึกแล้วสรุปบทเรียนดู ก่อนจะก้าวเท้าสู่ความเป็นไท
    สองมือเคยฟาดฟันรวมกันเข้า ตายไปแล้วเกิดเล่า สร้างทางใหม่
    คือเส้นทางที่ไปถึงซึ่งทางชัย เสรีภาพกว่าจะได้ต้องฝ่าฟัน
    คนเดินทาง ขอจงสร้างทางใหม่ แม้ในฝัน
    อุดมการณ์ต้องเป็นจริงขึ้นสักวัน และเมื่อนั้นประชาชนจะชิงชัย
     
    กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
    กลุ่มสานแสงทอง
     

        (จดหมายฉบับแรกของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ที่ส่งถึงบ.ก.นิตยสาร*ปริทัศน์สาร รายเดือน เมื่อเดือน มกราคม พ.ศ.2524 ขณะอายุเพียง 15 ปี  )

        *ปริทัศน์สาร ในขณะนั้นเป็นนิตยสารรายเดือนแนววิเคราะห์ข่าวการเมือง-สังคม ยุคหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2516 ที่มีแนวไปทาง 'ลัทธิมาร์กซ์' และความคิดสังคมนิยม  

    เติมกำลังใจกับบทกวี(นิรนาม)

    บทกวีนิรนาม

     

    ทางข้างหน้าลางเลือนเหมือนว่างเปล่า

    แดดจะเผาผิวผ่องเธอหมองไหม้

    ที่ตรงโน้นมีหุบเหวมีเปลวไฟ

    ถ้าอ่อนแอจะก้าวไปอย่างไรกัน

     

    อนาคตนั้นช่างคดเคี้ยว

    มันลดเลี้ยวเลี้ยวไปใช่สุขสันต์

    ยากลำบากใช่เพียงแค่ชั่ววัน

    แต่จะต้องฝ่าฟันจนวันตาย

     

    บนหนทางแม้มีสิ่งใดขวาง

    ไม่อาจกางกั้นฉันและเธอได้

    หนทางนี้สัญญาอย่างมั่นใจ

    ด้วยพลังยิ่งใหญ่ในศรัทธา

     

    จะขอฝ่าฟันข้ามความทุกข์ยาก

    จะลำบากเราสู้ดูเถิดหนา

    จะร่วมแรงร่วมกันด้วยศรัทธา

    ทางข้างหน้าสู่ชัยที่หมายปอง

     

    บทกวีข้างต้นนี้ ไม่ทราบผู้แต่งแน่ชัด แต่ก็ปรากฎรูปเป็นบทเพลง

    ชื่อ สู่เส้นชัยโดยวง พลังเพลง 

    แล้วเราจะกลับมา...(ยกเว้น! เหลี่ยม ลอนดอน)

    โปรดควัง(ฟัง)อีกครั้ง!
     
    เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองใกล้ที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ เราจึงกำลังจะกลับมาเปิดสเปซนี้อีกครั้ง...
     
     แล้วพบกันที่นี้ เร็วๆนี้
     Coming Soon.....

    คนที่หายไป-forward mail-

    คนที่หายไป
     
    ... คุณเคยมีเพื่อนสนิทสักคนไหม คนที่มันบ้าๆ บอๆ แต่กล้าลุยกับคุณทุกสถานการณ์ แม้ว่าคุณจะไม่เหลือใครเลย ไม่ว่าจะไม่มีใครเห็นด้วยกับคุณ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องถูกหรือผิด ถึงไหนถึงกัน

    .. เวลาที่คุณอยู่ใกล้มัน คุณเองก็บ้าบอไปกับมันด้วย คุณกลายเป็นเด็กในร่างยักษ์ หลุดพ้นจากขอบเขต กฏเกณฑ์ บ้าๆ บอๆ ในหัวของคุณเต็มไปด้วยจินตนาการ โครงการณ์ร้อยแปดพันเก้าที่คุณจะทำกับมัน

    .. คนที่มีเรื่องเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ คนที่คุณไม่ต้องคอยแคร์ความรู้สึกมันสักเท่าไหร่ มันทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอง คนที่ค่อยๆ หายตัวไปในกาลเวลา แต่แว๊บ..เข้ามาเสมอเวลาที่คุณอ่อนแอ คนที่คุณคอยเล่าพฤติกรรมแปลกของมัน ให้คนอื่นฟังเสมอๆ

    .. วันนี้…เพื่อนคนนั้นของคุณอยู่ที่ไหน ยังอยู่ใกล้ๆ คุณอยู่หรือเปล่า คุณยังโทรหามันอยู่ไหม มันยังบ้าๆ บอๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า หรือว่าคุณเองที่มีความบ้าในเลือดน้อยลง คุณไม่เจอมันนานแค่ไหนแล้ว ไม่ได้มองตาคุยกันนานแค่ไหน
     
    .. นานแค่ไหนที่คุณไม่ได้สัมผัสเพื่อนของคุณอย ่างเดิม หรือคุณเองก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปแล้ว ที่คุณไม่กล้าวิ่งไล่เตะมัน อย่าอ้างว่าคุณอายุมากขึ้น ที่คุณไม่กล้าแย่งของกินจากมือมัน อย่าอ้างว่าคุณมีมรรยาท คุณกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดโดยไม่ชวนมัน อย่าอ้างว่าถึงชวนมันก็คงไม่ว่าง

    .. อะไรที่เปลี่ยนไป เวลา…หรือความรู้สึก… สังคม..หรือความสัมพันธ์... อะไรที่เปลี่ยนแปลง คุณ…หรือเขา..หรือใคร.. คุณถามตัวเองหรือเปล่า หรือรอให้ใครถาม รู้สึกอย่างไรที่เขาเปลี่ยนไป แล้วเคยถามเขาไหม เขารู้สึกอย่างไรที่คุณเปลี่ยนไป ระหว่างคุณ..

    .. หากเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นในใจ ไม่ว่าคุณจะมีคำตอบหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะต้องการคำตอบหรือเปล่า ขอบเขตหรือกฏเกณฑ์ที่คุณไม่เคยมีกับเพื่อนคนนี้ มันเกิดขึ้นแล้วต่อหน้าต่อตาคุณ แต่คุณก็ตอบกับตัวเองว่า ”ช่างมัน” ปล่อยให้เพื่อนคนนึงกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนต่อไป .......แต่ถ้าคุณไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้เลย รู้ไว้ด้วย คุณเสียเพื่อนดีๆ ไปคนนึง และโลกนี้มีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคน



    ปล. คุณรู้ไหม ขณะที่คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ เพื่อนคนนั้นของคุณ อาจจะถามตัวเองอยู ่ก็ได้ ว่ามันทำผิดอะไร...กรุณาส่งมันให้กับคนที่คุณคิดว่าคนๆนั้นเป็นเพื่อนของคุณ.....................เพื่อเพื่อนที่รักคุณจะได้ไม่หายไป
     
    ***บทความนี้ได้มาจากForward Mailที่เพื่อนส่งมาถึงเพื่อนอีกที***
     

    บางส่วนบางตอนของบทประพันธ์"The Prophet"

    "THE PROPHET"
     
    จงรักกันและกัน แต่อย่าสร้างพันธะแห่งรัก
    และขอให้ความรักนั้น เป็นเสมือนห้วงสมุทร
    อันเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างฝั่งแห่งวิญญาณของเธอทั้งสอง
    จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน
    จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน
    จงร้องและเริงรำด้วยกัน และจงมีความบันเทิง
    แต่ขอให้แต่ละคนได้มีโอกาสอยู่โดดเดี่ยว
    ดังเช่นสายพิณนั้น ต่างอยู่โดดเดี่ยว
    แต่ว่าสั่นสะเทือนด้วยทำนองดนตรีเดียวกัน
    จงมอบดวงใจ แต่มิใช่ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง
    เพราะหัตถ์แห่งชีวิตอมตะเท่านั้นที่จะรับดวงใจของเธอไว้ได้
    และจงยืนอยู่ด้วยกัน แต่อย่าใกล้กันนัก
    เพราะว่าเสาของวิหารนั้นก็ยืนอยู่ห่างกัน
    และต้นโพธิ์ ต้นไทรก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้

    "ปรัชญาศาสตร์"

    ความหมายและวัตถุประสงค์ของปรัชญา           
     " จิตหรือวิญญาณดั้งเดิมของมนุษย์ ซึ่งเป็นอมตะนั้น คุ้นเคยกับ “แบบ” ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อจิตมาคลุกคลีกับโลกแห่งวัตถุ
    ทำให้หลงลืมไปกระบวนการศึกษาเป็นหนทางที่จะทำให้จิตฟื้นความทรงจำได้ การเรียนจึงเป็นการทบทวนสิ่งที่เคยรู้มาแล้ว
     ครูเป็นเพียงผู้ “ถาม”เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ครูไม่ได้ป้อนหรือให้ความรู้ใหม่แก่ผู้เรียน "
     ------ พลาโต-----
     
    ความหมายของปรัชญา
    ปรัชญา คือ กิจกรรมทางปัญญาหรือการสร้างระบบความคิด เพื่อการแสวงหาคำอธิบายให้กับคำถามที่เป็นพื้นฐานที่สุดของชีวิต เช่น จุดประสงค์ของชีวิตคืออะไร พระเจ้ามีอยู่จริงหรือไม่ เราจะแยก “ถูก” กับ “ผิด” ออกจากกันได้อย่างไร สิ่งที่เรากระทำเป็นไปโดยอิสระของตัวเอง หรือเป็นเพราะโชคชะตาลิขิต เป็นต้น
     
    คำถามปรัชญา (philosophical questions)
    คำถามทางปรัชญาต่างจากคำถามทางวิทยาศาสตร์หรือ คำถามที่ต้องการคำตอบที่แน่ชัดและสามารถหาคำตอบได้ด้วยวิธีการ เชิงประจักษ์หรือการเลือกแหล่งอ้างอิงที่เหมาะสม กล่าวได้ว่า คำถามทางปรัชญาเป็นคำถามที่เจาะลึกลงไปหาแนวความคิดพื้นฐาน หรือ “หลักการ” ดังนั้น ความท้าทายของการหาคำตอบทางปรัชญาคือการนำเอาหลักการ และแนวคิดพื้นฐานนั้นไปอธิบายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดนั้น ๆ (เช่น ความจริง ถูก-ผิด ยุติธรรม ฯลฯ) 

    ขอบเขตของปรัชญา
    ความเป็นจริง (Reality)
    เช่น ความเป็นจริงคืออะไร ความแตกต่างระหว่าง “ความเป็นจริง” “ความไม่จริง” หรือ “สิ่งลวง” คืออะไร สิ่งที่เราพบเห็นเป็นจริงหรือไม่ หรือเพียงใจเราคิดว่าจริงก็เพียงพอแล้ว เป็นต้น 

    ความเป็นมนุษย์ (Personhood)
    เช่น ธรรมชาติ หรือ ปัจจัยพื้นฐานใดที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากวัตถุ และสิ่งมีชีวิตอื่น รวมถึงความแตกต่างของมนุษย์แต่ละคน ลักษณะพื้นฐาน (basic characteristic) ของมนุษย์คืออะไร เป็นต้น

    เจตจำนงเสรี (Free Will)
    เช่น มนุษย์สามารถควบคุมการกระทำของตนเองได้ ดังนั้น การกระทำจึงไม่ใช่เพียงผลผลิตของสัญชาตญาณเท่านั้น หรือไม่ การกระทำของมนุษย์ก็ยังเป็นผลมาจากการอบรมเลี้ยงดู ค่านิยมและบรรทัดฐานของสังคม หรืออาจจะเป็นเพราะลักษณะนิสัยที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็ได้ ด้วยหรือไม่ ความกลัวโดยไร้เหตุผล ส่งผลกระทบอย่างไร

    พลังของจิตไร้สำนึก (unconscious mind)
    คืออะไร พระเจ้ากำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ หรือไม่ มนุษย์มี “เสรี” เพียงใด เป็นต้น

    ความรู้ (Knowledge)
    เช่น ความรู้คืออะไร ความรู้มีที่มาอย่างไรบ้าง ความรู้เชิงประจักษ์(ประสบการณ์ตรง)  ความรู้จากการอบรมสั่งสอน และความรู้ที่เป็นบทนิยาม (เช่น ความหมายของสามเหลี่ยม ที่ผลรวมของมุมภายในเท่ากับ 180 องศา) เป็นความรู้แบบเดียวกันหรือไม่ ความรู้ กับ ความรู้สึก หรือ ลางสังหรณ์ แตกต่างกันอย่างไร “ความรู้” ของคนทรงเจ้าเป็นความรู้เกี่ยวกับอนาคตจริงหรือไม่ เป็นต้น

    พระเจ้า (God) ชีวิตหลังความตาย (Life After Death) และเป้าหมายของชีวิต (the Purpose of Life)
    เช่น โลกและจักรวาลเป็นผลจากกระบวนการทางธรรมชาติ หรือเป็นผลงานการ “สร้าง” ของใคร พระเจ้ามีอยู่จริงหรือไม่ หากเราเชื่อว่ามีมิติแห่งวิญญาณอยู่จริง ก็แสดงว่าวิญญาณของเราจะไปอยู่ในที่นั้นหลังจากเราตายไป อย่างนั้นหรือ ชีวิตหลังความตาย และการเวียนว่ายตายเกิด มีจริงหรือไม่ เป้าหมายของการมีชีวิตอยู่คืออะไร เป็นต้น

    ปรัชญาเชิงปฏิบัติ
    มาตรฐานการตัดสินการกระทำ (ถูก หรือ ผิด) เช่น เราใช้มาตรฐานหรือ ค่านิยมบางอย่างเป็นเครื่องนำทางในการเลือกทำบางสิ่งบางอย่าง และใช้เป็นเครื่องประเมินการกระทำของผู้อื่นด้วย มาตรฐาน หรือค่านิยมที่เห็นได้ชัดในทุกสังคมได้แก่ กฎหมาย และจารีตประเพณี รวมถึงระเบียบ กฎเกณฑ์ และแนวนโยบายต่าง ๆ แต่มีสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักการดังกล่าวอยู่ เช่น การขับรถฝ่าไฟแดงเพื่อนำเพื่อนที่กำลังป่วยหนักไปโรงพยาบาล เป็นต้น    แม้แต่เมื่อพิจารณาว่าเราต้องการมาตรฐานสากลสำหรับตัดสินการกระทำต่าง ๆ แต่เราจะสามารถหาได้หรือไม่ เราจะอธิบายมาตรฐานการตัดสิน ถูก-ผิด แก่คนที่ไม่เห็นด้วยกับเราได้อย่างไร หากเรามีมาตรฐานในการแยกแยะระหว่างถูก-ผิด เหตุใดเราจึงควรทำตามมาตรฐานนั้น และเหตุใดเราจึงควรทำสิ่งที่ถูก และเหตุใดเราจึงไม่ควรทำสิ่งที่ผิด เป็นต้น เมื่อเราพิจารณาชีวิตประจำวันของเราก็จะพบว่า มีคำถามมากมายเกี่ยวกับปัญหาการตัดสินการกระทำของ มนุษย์ที่มีต่อมาตรฐานหรือค่านิยมพื้นฐานบางประการ ซึ่งเป็น คำถามทางปรัชญา 
     ซึ่งรวมไปถึงคำถามที่ว่า เราจะจัดการสังคมได้อย่างไร? คนจำนวนมากในสังคมต้องร่วมกันออกเสียงสำหรับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือว่าเราควรจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาดูแลเรื่องเหล่านั้น ใครควรเป็นผู้กำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ที่คนอื่น ๆ ต้องปฏิบัติตาม จะทำอย่างไรหากระเบียบ กฎเกณฑ์ที่สังคมตั้งขึ้นขัดแย้งกับมาตรฐานส่วนบุคคลของคน บางคนหรือบางกลุ่ม เขาสามารถไม่ปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์เหล่านั้นได้หรือไม่ คุณมีวิธีการตรวจสอบความยุติธรรมของกฎหมายอย่างไร ประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ดี หรือไม่
    เป็นต้น

    คุณค่าของการศึกษาปรัชญา

    • มีการวิเคราะห์ความหมายของภาษา
    • อัตวิสัย (subjectivity) กับ วัตถุวิสัย (objectivity)
    • เกณฑ์การตัดสินคุณค่าหรือการกระทำ
    • การมีจิตใจชอบการตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ (Critical mind)
    • มีการตรวจสอบความเชื่อพื้นฐาน
    • มีการคิดและความเชื่อที่เป็นระบบ
    • มีการแสวงหาคุณค่าและจุดมุ่งหมายของชีวิต
    • มีอิสระทางความคิด

    ข้อสังเกตในการศึกษาปรัชญา

    1. เนื้อหาของปรัชญาว่าด้วยสิ่งพื้นฐานที่สุดที่ไม่อาจหาข้อยุติได้
    2. การพิจารณาข้อเขียนทางปรัชญา ประกอบด้วย
    - ส่วนของเนื้อหา หรือข้อเสนอต่อเรื่องนั้น ๆ
    -  เหตุผลสนับสนุน (สำคัญมาก เพราะเป็นการอธิบายว่าเหตุใดนักปรัชญาคนนั้นจึงเสนอแนวคิดออกมาเช่นนั้น)

    3. ความไม่สมบูรณ์ของแนวคิดทางปรัชญา
    - ไม่มีแนวคิดทางปรัชญาใด ๆ ที่สมบูรณ์ไร้ที่ติ
    - บางคนเสนอว่าเป็นเพราะธรรมชาติของปรัชญาเอง
    - แต่บางคนก็เสนอว่าเป็นเพราะยังมีความไม่รอบคอบของการเสนอแนวคิดดังกล่าวเท่านั้น

    4. ชื่อและศัพท์ในทางปรัชญา
    - ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยการตีความรูปศัพท์ เช่น จิตนิยม วัตถุนิยม สสารนิยม สุขนิยม เหตุผลในมนัส ฯลฯ
     - ไม่ควรยึดถือว่าศัพท์ทางปรัชญามีความหมายตายตัวเสมอไป

                     ที่สำคัญ ปรัชญาเป็นกิจกรรมที่เป็นการคิดเพื่อยกระดับจิตใจ เพื่อขึ้นสู่มิติของความรู้แท้ ดังนั้น ปรัชญาจึงแตกต่างจากวิชาการอื่น ๆ ที่เต็มไปด้วยทฤษฎีและสูตรต่าง ๆ แม้ว่านักปรัชญาจะเขียนหรือแสดงทัศนะของตนออกมาในรูปหนังสือ ตำรา หรือทฤษฎี แต่ก็ถือเป็นเพียงผลผลิตของความคิด หรือผลผลิตของปรัชญา มิใช่ตัวปรัชญา สิ่งที่เรียกว่าปรัชญาแท้ ๆ ก็คือ กิจกรรมการคิดเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องตามความเป็นจริง การศึกษาผลงาน ความคิด ***ทฤษฎีของนักปรัชญา จึงไม่ใช่เพื่อการจดจำชื่อและคารมความคิดของคนเหล่านั้นเท่านั้น เพราะจะเป็นการลอกเลียนความคิดของผู้อื่น ทำตามผู้อื่น แสดงถึงความไม่เป็นอิสระของตน***

                    การเป็นนักปรัชญาที่ดี ต้องตั้งข้อสงสัยในทัศนะของคนอื่น ด้วยเหตุผล ต้องคิดวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ ให้รอบคอบถี่ถ้วนก่อน และถ้าหากเห็นด้วย ก็จึงค่อยรับเอาความคิดนั้นมาเป็นเครื่องนำทางให้เราสามารถท่องเที่ยวไปในดินแดนของปรัชญาด้วยตัวเราเองต่อไป

    การอ่านและทำความเข้าใจงานทางปรัชญา
    พยายามเข้าใจว่านักปรัชญาคนนั้น กล่าวว่าอย่างไร โดยเฉพาะการอ่านงานที่เป็นต้นฉบับ (primary sources) ซึ่งอาจต้องใช้งานที่เป็นการอธิบายตำรา (textbook commentaries) ช่วยด้วย

               ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า งานเขียนเหล่านั้นเป็นผลจากสังคมที่แวดล้อมนักปรัชญาและความคิดของนักปรัชญาผู้นั้น ดังนั้นการอ่านงานทางปรัชญาจึงควรเข้าใจสภาพสังคมเชิงประวัติศาสตร์ที่ให้กำเนิดงานเหล่านั้นขึ้นมาด้วย และยังควรเข้าใจว่า เป้าหมายหลักของงานทางปรัชญา คือ การเสนอแนวคิดบางอย่างที่ “เป็นจริง” ในแง่ใดแง่หนึ่ง หลักการอ่านงานทางปรัชญาในที่นี้ก็คือ การตั้งคำถามว่าความคิดเหล่านั้นเป็นจริงอย่างที่กล่าวไว้หรือไม่ วิธีการเช่นนั้นจะทำให้ผู้อ่านได้ “โต้ตอบ” กับงานที่อ่าน เกิดเป็นบทสนทนาที่ไม่สิ้นสุด

                        นักปรัชญาจะไม่สนใจเพียงหาคำตอบว่า พลาโตกล่าวอะไรไว้บ้าง หรือความคิดของพลาโตเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมทางสังคมอย่างไร แต่เขาต้องการรู้ว่าความคิดของพลาโตนั้นเป็นสิ่งที่ “ใช้การได้” (valid) หรือไม่

    ซื่อฝันวันละ6บาท

                              ซื้อฝันวันละ 6 บาท

    ..... วงเหล้าแห่งนึง คนขายล็อตเตอรี่เดินเข้ามาเร่ขาย ตามโต๊ะต่าง ๆ เป็นภาพที่เรา ๆ ท่านชินตากันเป็นอย่างดี และแล้วคนขายล็อตเตอรี่ก็มาหยุดที่โต๊ะของชายทั้ง 3

    ชายศูนย: " ไม่เอา น้อง พวกพี่จะกินเหล้า "

    ........ คนขายล็อตเตอรี่กำลังจะหันหลังเดินจากไป

    ชายหนึ่ง : " เดี๋ยวๆน้อง พี่เอาใบหนึ่ง เลขอะไรก็ได้ หยิบมาให้พี่คู่นึง น้องขาย คู่ละเท่าไหร่"

    คนขายล็อตเตอรี่: " 90 พี่ "

    ชายสอง : " แกซื้อล็อตเตอรี่บ่อยเหรอวะ "

    ชายหนึ่ง : " ก็ซื้องวดละใบ "

    ชายศูนย : " เฮ้ย goo ถามอะไรหน่อย ตั้งแต่มึงซื้อมาเคยถูกบ้างมั้ยว่ะ "

    ชายสอง : " มึงเรียน stat มาก็น่าจะรู้นี่หว่า ว่าโอกาสถูกมันน้อยจะตาย "

    ชายหนึ่ง : " กูก็รู้ ว่าโอกาสถูกมันน้อย ก็ตั้งแต่กูซื้อมาก็หลายปี กูก็ไม่เคยถูกเลยซักที แต่กูถือว่า กูเสียเงินไป 90 บาท แต่กูได้ฝันตั้งครึ่งเดือน ว่า....ถ้ากูถูกขึ้นมา กูจะเอาเงินไปใช้ในสิ่งที่กูอยากจะทำ มึงลองคิดดูง่ายๆ 15 วัน 90 บาท ก็ตกวันละ 6 บาท ซื้อฝันวันละ 6 บาท เป็นมึง มึงจะซื้อมั้ย "

                         -- - - - - - มีอยู่สิ่งนึงที่คนคิดที่จะฆ่าตัวตายไม่มีคือ ความฝัน - - - - -

    "นักเขียนหนุ่มผู้ดับก่อนกาล"

         

     

      

     

     

     

       

     

                                

    ไม่เคยมีใครที่ดีพร้อม...




    ไม่เคยมีใครที่ดีพร้อม
    ขอจงอย่าคาดหวังในตัวเขาให้มากเกิน

    ---------------------------------------------------------------------------
    ไม่เคยมีใครที่ดีพร้อม
    ขอให้เรายอมรับความจริงในข้อนี้
    ฉะนั้นการคบหากับใครสักคน
    ขอจงอย่าคาดหวังในตัวเขาเสียเลิศลอย
    เพราะเขาก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาเหมือนกับเรา
    ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนอยู่ในตัว
    การตั้งความคาดหวังไว้สูง
    ก็เหมือนการขีดเส้นวงจำกัดไว้คับแคบ
    ซึ่งสักวันเราก็ต้องสูญเสีย
    สูญเสียทั้งความรู้สึก.........
    สูญเสียทั้งมิตรภาพ........
    สุดท้ายเราก็ไม่อาจคบหากับใครได้จริงจังเลยแม้แต่สักคนเดียว
    _____________________

    จาก กำลังใจ บนทางชีวิต โดย มนสุนทร สุราช

    ป่าน้ำค้าง...ครั้งที่๒

    "ป่าน้ำค้าง"

    เรามีชีวิตง่ายดาย

    เรามีชีวิตง่ายดาย

    ในประเทศที่รอล่มสลาย

    บนความเป็นความตาย -  เรามี 

    เรามีสงครามอย่างง่ายดาย
    เพราะเรามีเหตุผลอันง่ายดาย
    บทสวดของเราง่ายดาย
    ความดีของเราก็ง่ายดาย
     
    เรามีบทเพลงง่ายดาย
    บทกวีก็ง่ายดาย
    และมีหัวใจง่ายดาย
    เราจึงมีความรักง่ายดาย
    และมีกามารมณ์ง่ายดาย
     
    เรามีความหมายในความฝัน
    และมีความฝันอย่างง่ายดาย
    เรามีความหวังอยู่ในความฝัน
    และมีชีวิตอยู่ในความหวัง
    เราช่างมีชีวิตอย่างง่ายดาย
     
    เรามีแผ่นดินที่ง่ายดาย
    เราจึงมีผู้คนล้วนง่ายดาย
    มีบ้านเรือนที่ง่ายดาย
    จึงมีมหานครที่ง่ายดาย
    เรายังมีแผ่นฟ้า...  ของเรา,- ง่ายดาย
     
    เรามีความจริงไม่มากนัก
    ทุกสิ่งล้วนง่ายดาย
    เพราะเรามีประวัติศาสตร์ที่ง่ายดาย
    เราจึงมีอนาคตที่เปล่าดาย
     
    เรามีชีวิตอยู่อย่างง่ายดาย
    ในประเทศที่รอล่มสลาย
    บนความเป็นความตาย-  เราเป็น
     
    ๙ กันยายน ๒๕๓๐
    "กนกพงศ์ สงสมพันธุ์"
     
    *** บทกวี บทสุดท้ายในรวมบทกวีชุด  "ป่าน้ำค้าง"   
    ...ในคืนเยือกยังมีใครหรือเดินย่ำ
    ในคืนค่ำยังมีใครอาลัยถวิล
    ในถ้อยคำอ่อนหวานกังวานกวิน
    ยังมีใครดื่มกินอยู่หนใด.....

    ** อ่านเรื่องราว กนกพงศ์ ได้ที่ - http://my.opera.com/sunmul

     

    หวางกูไปอีก1เทอม!

    สอบเสร็จแล้ว  หวางอก กูไปซักที นิติศาสตร์ยากอิ๊บหายเลย แต่เรียนไปเรียนมากะหยับอิหนุกดีเหมือนกันนิพี่น้อง!