^No! Cannabis^'s profile"Freeman"PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
"ขีดชีวี เขียนชีวา""ขีดชีวี เขียนชีวา"
ขีดชีวีเขียนชีวาหลากสีสรร
วันหน้ายังคงดำรงอยู่ด้วยตัวตน
ค้นหาสี่งที่หวัง ตามล่าสิ่งที่ฝัน
มุ่งมั่นกล้าแกร่งดุจหินผา...
พลาดฝันไม่พบพานสิ่งที่หวัง
ให้รู้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย
หากยังมีความหวังและยังคงฝัน
สองสิ่งนั้นจะนำพาถึงที่หมาย...
สิ่งที่ได้มายังต้องเสียไป
สิ่งที่อยู่ทำให้แน่ใจ
ว่าคู่ควรแก่รักษา
สิ่งใดมาสิ่งใดไปเป็นปรกติ...
เดินหน้าหากยังมีพลัง
หยุดพักหากหมดแรงใจ
รวบรวมพลังทั้งกายและใจ
พร้อมเมื่อไหร่ก็ก้าวเดินต่อ...
ก้าวผลาดบ้างเป็นธรรมดา
มายาคือกลลวงของชีวิต
ถลำลึกยังไม่สายหากถอนตัว
แม้มืดมัวท้ายสุดยังมีแสงสว่าง...
เริ่มต้นใหม่ได้ตลอดเวลา
ไม่มืค่าหากทำตนให้สิ้นหวัง
มองหาจุดหมายใหม่ๆในชีวิต
ให้สิ้นสุดที่...คิด ฝัน และ ลงมือทำ
................................................
แด่...มิตรภาพที่มีให้แก่กัน
Puripong Na nakhon
14เม.ย.51 1.48น. ส่งท้าย..."วันเวลามิอาจหวนคืนฉันท์ใด การกระทำของคนก็มิอาจย้อนคืนได้ฉันท์นั้น"
นี้อาจเป็นคำกล่าวที่ไม่น่าจะเกินเลยความจริงไปนัก
วันเวลาหมุนเปลี่ยนไปรวดเร็วในแต่ละปี และปีนี้กำลังจะผ่านพ้นไปในอีกไม่กี่วัน
หากแต่ที่ผ่านมาลองคิดย้อนกลับไปว่า ตัวเราได้ทำอะไรไปบ้าง มีประโยชน์ต่อตัวเราและคนรอบข้างหรือเปล่า
ก็สุดแท้แต่การกระทำนั้น เพราะมันมิอาจย้อนคืนได้นั้นเอง
---------------------------
แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร หากทว่าสิ่งที่เราได้ทำนั้น เราได้ทำอย่างเต็มกำลัง เต็มความสามารถแล้ว
ไม่ว่าผลสุดท้าย คำตอบจะออกมาเป็นอย่างที่หวังหรือไม่ หรืออาจเป็นประโยชน์กับตนหรือใครๆ หรือให้โทษแก่ผู้ใด
ก็ขอจงทำต่อไปอย่างที่เคยได้ทำมา เพราะถึงเวลานั้นคุณจะพูดได้เต็มปากว่า ผม..ฉัน..กู...ทำดีที่สุดแล้ว!
-----------------------------
ZZ...ที่ผ่านมาอาจไม่ดีพอสำหรับหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง แต่ต่อไปก็อาจจะ........เป็นดังที่ผ่านมา 555+...ZZ จากบทเพลงเป็นบทกวีลัง
นึกถึงวันที่ฉันย่ำเดิน จาก...บ้านเกิด
มีลังหนึ่งใบ ใส่ความหวังไว้เต็มลัง
ย่ำเท้าถึงชานชะลา ตีตั๋วรถไฟขึ้น กทม.
แล้วรถไฟก็พาฉัน พาหวัง สู่หนทางที่ฉันไม่รู้ได้
แว่วหวูดรถไฟ มีกำลังใจแว่วลอยตามลม
มาถึงวันที่ฉันย่ำเดิน ห่างบ้านเกิด
แต่ลังหนึ่งใบ กับความหวังนั้นลอยห่าง
แล้วรถไฟก็พรากฝัน พรากหวัง
จากหนทางที่หวังคาดไว้...ไกล
สิ้นหวูดรถไฟ กำลังใจ....ลอยหายตามลม
-------------------------------------------------------------------------
(มาลีฮวนน่า ชุด ลมใต้ปีก)
"มาถึงวันที่ฉันย่ำเดิน ห่างบ้านเกิด
แต่ลังหนึ่งใบ กับความหวังนั้นลอยห่าง"
กลับสู่จุดๆเดิมกลับสู่จุดๆเดิม
กลับไปเป็นอย่างเดิมดีกว่า
ให้มันวนกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อน
เหมือนตอนที่ไม่คุยกัน
คงจะดีกว่ากับการเงียบแบบนี้
อยู่ๆก็เงียบไปไม่รู้เพราะอะไร
แต่ก็พอเดาออกว่าคิดอะไรอยู่
ก็เคยบอกแล้วว่าไม่เคยหวัง
ที่จะให้กลับมาเหมือนเดิม
แค่ได้กลับมาคุยกันก็ดีแล้ว
แต่ในเมื่อเลือกที่จะเงียบไปอีก
ก็ไม่เป็นไร หากคิดว่ามันดี
ก็เงียบๆกันไปแบบนี้แหละดีแล้ว
------------------------------------
บันทึกความนัยบันทึกความนัย อยากบอกว่า (ขอโทษ) ที่ครั้งหนึ่งฉันเคยทำเฉยชากับเธอ อยากบอกว่า (เจ็บปวด) ที่ครั้งหนึ่งต้องทำเหมือนกับว่าเธอไม่มีตัวตน
เพราะ...
ฉันยังจำได้ว่า (เธอ) ดีกับฉันและเอาใจใส่ฉันมากแค่ไหน
ฉันยังจำภาพเก่าๆระหว่าง (เธอ) กับฉันเมื่อวันเก่าๆได้ทุกบททุกตอน
ที่ผ่านมา...
ฉันอาจไม่เคยบอกเธอว่าฉัน (รัก) เธอ.....
เพราะสำหรับฉันการที่จะบอก (รัก) ใครสักคนมันสำคัญ
และตอนนี้...ฉัน
อยากบอกว่า (รักเธอ) แต่ไม่รู้ว่าจะสายไปหรือเปล่า?
อยากบอกว่า (รักเธอ) แต่ไม่แน่ใจว่าเธอยังจะคิดเหมือนกันมั๊ย?
และเวลานี้...อย่างน้อยๆ
ฉันก็สบายใจที่ได้บอกความนัยให้เธอได้รับรู้
------------------------------------------------------------------
บันทึกต้นฉบับ
14/09/2007 เวลา 03:19น.
P-Na nakhon
No, woman, no cry : Bob Marley
No, woman, no cry;
No, woman, no cry; No, woman, no cry; No, woman, no cry. Said - said - said: I remember when we used to sit In the government yard in trenchtown, Oba - obaserving the ypocrites As they would mingle with the good people we meet. Good friends we have, oh, good friends weve lost Along the way. In this great future, you cant forget your past; So dry your tears, I seh. No, woman, no cry; No, woman, no cry. ere, little darlin, dont shed no tears: No, woman, no cry. Said - said - said: I remember when-a we used to sit In the government yard in trenchtown. And then georgie would make the fire lights, As it was logwood burnin through the nights. Then we would cook cornmeal porridge, Of which Ill share with you; My feet is my only carriage, So Ive got to push on through. But while Im gone, I mean: Everythings gonna be all right! Everythings gonna be all right! Everythings gonna be all right! Everythings gonna be all right! I said, everythings gonna be all right-a! Everythings gonna be all right! Everythings gonna be all right, now! Everythings gonna be all right! So, woman, no cry; No - no, woman - woman, no cry. Woman, little sister, dont shed no tears; No, woman, no cry. I remember when we used to sit In the government yard in trenchtown. And then georgie would make the fire lights, As it was logwood burnin through the nights. Then we would cook cornmeal porridge, Of which Ill share with you; My feet is my only carriage, So Ive got to push on through. But while Im gone: No, woman, no cry; No, woman, no cry. Woman, little darlin, say dont shed no tears; No, woman, no cry. Eh! (little darlin, dont shed no tears! No, woman, no cry. Little sister, dont shed no tears! No, woman, no cry.) ______________________________________________________________________ บันทึกถึงคนเดินทาง...กนกพงศ์ สงสมพันธุ์บันทึกถึงคนเดินทาง
คนเดินทาง เจ้าคงจะอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยว
เมื่อร่ำลาสายัณห์พระจันทร์เรียว รูปคมเคียวเรียวรับกับขอบฟ้า
คงซานซมขมขื่นเมื่อคืนหนาว คงร้าวรวดปวดร้าวเสียหนักหนา
มีเพียงจันทร์ฉันมิตร ยามนิทรา กับดวงใจแกร่งกล้ากว่าเหล็กเพชร
มือถือเคียวเหนี่ยวปืนขึ้นยืนสู้ ตะโกนก้องร้องกู่ไม่ขามเข็ด
ทวงน้ำตาที่หลั่งไปในทุกเม็ด ทวงน้ำเลือด ที่ลอดเล็ดและไหลทา
อยู่ป่าเขาสันภูฤๅรู้ข่าว เสียงโฉ่ฉาวเร่าร้องก้องแผ่นฟ้า
เมื่อตะวันโพล้พลบมาลบลา ยินเพียงว่าเสียงกู่ให้สู้คน
คนเดินทาง บัดนี้เจ้าแรมร้างเหมือนสิ้นหน
เพียงเพราะทางเดินไกล...ไกลเกินพ้น หรือเพื่อค้นหาทางใหม่ได้สัญจร
หรือพวกเจ้าจะหยุดความใฝ่ฝัน หรือจะทิ้งอุดมการณ์มาสำส่อน
หรือพวกเจ้า 'หมดถ่านกลับบ้านนอน' หยุดพร่ำวอนหยุดต่อสู้เพื่อชูไท
แม้ว่าเจ้าเหนื่อยนักก็พักเสีย ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียคงหายได้
ขอเพียงเจ้ายึดสัจจาว่าจริงใจ สูงก็เตี้ย ไกลก็ใกล้ ใช่ยากเย็น
จดบันทึกการเดินทางการต่อสู้ ความเจ็บปวดที่ได้รู้ได้พบเห็น
บันทึกถึงชาวชนคนลำเค็ญ เพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์การเดินทาง
ความผิดพลาดทั้งหมดจดบันทึก แม้ส่วนลึกจะปวดร้าว ทุกก้าวย่าง
หากดวงดาวยังพราวแสงอยู่รางราง ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี
คนเดินทาง จะขอสร้างทางใหม่ในวันนี้
คือทางธรรมทอดตัวทั่วปฐพี เพื่อผู้คนพรุ่งนี้ได้สัญจร
ช่วยกันขุดฉุดลากช่วยถากถาง ชูแสงทองส่องทางอย่างเช่นก่อน
เร่งตัดตรงจากป่ามานาคร เพื่อจะแผ่ไออ่อนอ้อมอกภู
หยดเลือดพลิกประวัติศาสตร์คนเดินทาง แม้เยื่อใยความหลังยังคงอยู่
จดบันทึกแล้วสรุปบทเรียนดู ก่อนจะก้าวเท้าสู่ความเป็นไท
สองมือเคยฟาดฟันรวมกันเข้า ตายไปแล้วเกิดเล่า สร้างทางใหม่
คือเส้นทางที่ไปถึงซึ่งทางชัย เสรีภาพกว่าจะได้ต้องฝ่าฟัน
คนเดินทาง ขอจงสร้างทางใหม่ แม้ในฝัน
อุดมการณ์ต้องเป็นจริงขึ้นสักวัน และเมื่อนั้นประชาชนจะชิงชัย
กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
กลุ่มสานแสงทอง
(จดหมายฉบับแรกของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ที่ส่งถึงบ.ก.นิตยสาร*ปริทัศน์สาร รายเดือน เมื่อเดือน มกราคม พ.ศ.2524 ขณะอายุเพียง 15 ปี )*ปริทัศน์สาร ในขณะนั้นเป็นนิตยสารรายเดือนแนววิเคราะห์ข่าวการเมือง-สังคม ยุคหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2516 ที่มีแนวไปทาง 'ลัทธิมาร์กซ์' และความคิดสังคมนิยมเติมกำลังใจกับบทกวี(นิรนาม)“บทกวีนิรนาม”
ทางข้างหน้าลางเลือนเหมือนว่างเปล่า แดดจะเผาผิวผ่องเธอหมองไหม้ ที่ตรงโน้นมีหุบเหวมีเปลวไฟ ถ้าอ่อนแอจะก้าวไปอย่างไรกัน
อนาคตนั้นช่างคดเคี้ยว มันลดเลี้ยวเลี้ยวไปใช่สุขสันต์ ยากลำบากใช่เพียงแค่ชั่ววัน แต่จะต้องฝ่าฟันจนวันตาย
บนหนทางแม้มีสิ่งใดขวาง ไม่อาจกางกั้นฉันและเธอได้ หนทางนี้สัญญาอย่างมั่นใจ ด้วยพลังยิ่งใหญ่ในศรัทธา
จะขอฝ่าฟันข้ามความทุกข์ยาก จะลำบากเราสู้ดูเถิดหนา จะร่วมแรงร่วมกันด้วยศรัทธา ทางข้างหน้าสู่ชัยที่หมายปอง
บทกวีข้างต้นนี้ ไม่ทราบผู้แต่งแน่ชัด แต่ก็ปรากฎรูปเป็นบทเพลง ชื่อ “สู่เส้นชัย” โดยวง “พลังเพลง” แล้วเราจะกลับมา...(ยกเว้น! เหลี่ยม ลอนดอน)โปรดควัง(ฟัง)อีกครั้ง!
เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองใกล้ที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ เราจึงกำลังจะกลับมาเปิดสเปซนี้อีกครั้ง...
แล้วพบกันที่นี้ เร็วๆนี้
Coming Soon..... คนที่หายไป-forward mail-คนที่หายไป
... คุณเคยมีเพื่อนสนิทสักคนไหม คนที่มันบ้าๆ บอๆ แต่กล้าลุยกับคุณทุกสถานการณ์ แม้ว่าคุณจะไม่เหลือใครเลย ไม่ว่าจะไม่มีใครเห็นด้วยกับคุณ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องถูกหรือผิด ถึงไหนถึงกัน
.. เวลาที่คุณอยู่ใกล้มัน คุณเองก็บ้าบอไปกับมันด้วย คุณกลายเป็นเด็กในร่างยักษ์ หลุดพ้นจากขอบเขต กฏเกณฑ์ บ้าๆ บอๆ ในหัวของคุณเต็มไปด้วยจินตนาการ โครงการณ์ร้อยแปดพันเก้าที่คุณจะทำกับมัน .. คนที่มีเรื่องเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ คนที่คุณไม่ต้องคอยแคร์ความรู้สึกมันสักเท่าไหร่ มันทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอง คนที่ค่อยๆ หายตัวไปในกาลเวลา แต่แว๊บ..เข้ามาเสมอเวลาที่คุณอ่อนแอ คนที่คุณคอยเล่าพฤติกรรมแปลกของมัน ให้คนอื่นฟังเสมอๆ .. วันนี้…เพื่อนคนนั้นของคุณอยู่ที่ไหน ยังอยู่ใกล้ๆ คุณอยู่หรือเปล่า คุณยังโทรหามันอยู่ไหม มันยังบ้าๆ บอๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า หรือว่าคุณเองที่มีความบ้าในเลือดน้อยลง คุณไม่เจอมันนานแค่ไหนแล้ว ไม่ได้มองตาคุยกันนานแค่ไหน .. นานแค่ไหนที่คุณไม่ได้สัมผัสเพื่อนของคุณอย ่างเดิม หรือคุณเองก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปแล้ว ที่คุณไม่กล้าวิ่งไล่เตะมัน อย่าอ้างว่าคุณอายุมากขึ้น ที่คุณไม่กล้าแย่งของกินจากมือมัน อย่าอ้างว่าคุณมีมรรยาท คุณกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดโดยไม่ชวนมัน อย่าอ้างว่าถึงชวนมันก็คงไม่ว่าง .. อะไรที่เปลี่ยนไป เวลา…หรือความรู้สึก… สังคม..หรือความสัมพันธ์... อะไรที่เปลี่ยนแปลง คุณ…หรือเขา..หรือใคร.. คุณถามตัวเองหรือเปล่า หรือรอให้ใครถาม รู้สึกอย่างไรที่เขาเปลี่ยนไป แล้วเคยถามเขาไหม เขารู้สึกอย่างไรที่คุณเปลี่ยนไป ระหว่างคุณ.. .. หากเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นในใจ ไม่ว่าคุณจะมีคำตอบหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะต้องการคำตอบหรือเปล่า ขอบเขตหรือกฏเกณฑ์ที่คุณไม่เคยมีกับเพื่อนคนนี้ มันเกิดขึ้นแล้วต่อหน้าต่อตาคุณ แต่คุณก็ตอบกับตัวเองว่า ”ช่างมัน” ปล่อยให้เพื่อนคนนึงกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนต่อไป .......แต่ถ้าคุณไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้เลย รู้ไว้ด้วย คุณเสียเพื่อนดีๆ ไปคนนึง และโลกนี้มีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคน ปล. คุณรู้ไหม ขณะที่คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ เพื่อนคนนั้นของคุณ อาจจะถามตัวเองอยู ่ก็ได้ ว่ามันทำผิดอะไร...กรุณาส่งมันให้กับคนที่คุณคิดว่าคนๆนั้นเป็นเพื่อนของคุณ.....................เพื่อเพื่อนที่รักคุณจะได้ไม่หายไป ***บทความนี้ได้มาจากForward Mailที่เพื่อนส่งมาถึงเพื่อนอีกที***
บางส่วนบางตอนของบทประพันธ์"The Prophet""THE PROPHET"
จงรักกันและกัน แต่อย่าสร้างพันธะแห่งรัก และขอให้ความรักนั้น เป็นเสมือนห้วงสมุทร อันเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างฝั่งแห่งวิญญาณของเธอทั้งสอง จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน จงร้องและเริงรำด้วยกัน และจงมีความบันเทิง แต่ขอให้แต่ละคนได้มีโอกาสอยู่โดดเดี่ยว ดังเช่นสายพิณนั้น ต่างอยู่โดดเดี่ยว แต่ว่าสั่นสะเทือนด้วยทำนองดนตรีเดียวกัน จงมอบดวงใจ แต่มิใช่ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง เพราะหัตถ์แห่งชีวิตอมตะเท่านั้นที่จะรับดวงใจของเธอไว้ได้ และจงยืนอยู่ด้วยกัน แต่อย่าใกล้กันนัก เพราะว่าเสาของวิหารนั้นก็ยืนอยู่ห่างกัน และต้นโพธิ์ ต้นไทรก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้ "ปรัชญาศาสตร์"ความหมายและวัตถุประสงค์ของปรัชญา
" จิตหรือวิญญาณดั้งเดิมของมนุษย์ ซึ่งเป็นอมตะนั้น คุ้นเคยกับ “แบบ” ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อจิตมาคลุกคลีกับโลกแห่งวัตถุ
ทำให้หลงลืมไปกระบวนการศึกษาเป็นหนทางที่จะทำให้จิตฟื้นความทรงจำได้ การเรียนจึงเป็นการทบทวนสิ่งที่เคยรู้มาแล้ว
ครูเป็นเพียงผู้ “ถาม”เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ครูไม่ได้ป้อนหรือให้ความรู้ใหม่แก่ผู้เรียน "
------ พลาโต-----
ความหมายของปรัชญา
ปรัชญา คือ กิจกรรมทางปัญญาหรือการสร้างระบบความคิด เพื่อการแสวงหาคำอธิบายให้กับคำถามที่เป็นพื้นฐานที่สุดของชีวิต เช่น จุดประสงค์ของชีวิตคืออะไร พระเจ้ามีอยู่จริงหรือไม่ เราจะแยก “ถูก” กับ “ผิด” ออกจากกันได้อย่างไร สิ่งที่เรากระทำเป็นไปโดยอิสระของตัวเอง หรือเป็นเพราะโชคชะตาลิขิต เป็นต้น คำถามปรัชญา (philosophical questions)
คำถามทางปรัชญาต่างจากคำถามทางวิทยาศาสตร์หรือ คำถามที่ต้องการคำตอบที่แน่ชัดและสามารถหาคำตอบได้ด้วยวิธีการ เชิงประจักษ์หรือการเลือกแหล่งอ้างอิงที่เหมาะสม กล่าวได้ว่า คำถามทางปรัชญาเป็นคำถามที่เจาะลึกลงไปหาแนวความคิดพื้นฐาน หรือ “หลักการ” ดังนั้น ความท้าทายของการหาคำตอบทางปรัชญาคือการนำเอาหลักการ และแนวคิดพื้นฐานนั้นไปอธิบายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดนั้น ๆ (เช่น ความจริง ถูก-ผิด ยุติธรรม ฯลฯ) ขอบเขตของปรัชญา ความเป็นมนุษย์ (Personhood) เจตจำนงเสรี (Free Will) พลังของจิตไร้สำนึก (unconscious mind) ความรู้ (Knowledge) พระเจ้า (God) ชีวิตหลังความตาย (Life After Death) และเป้าหมายของชีวิต (the Purpose of Life) ปรัชญาเชิงปฏิบัติ คุณค่าของการศึกษาปรัชญา
ข้อสังเกตในการศึกษาปรัชญา1. เนื้อหาของปรัชญาว่าด้วยสิ่งพื้นฐานที่สุดที่ไม่อาจหาข้อยุติได้ 3. ความไม่สมบูรณ์ของแนวคิดทางปรัชญา 4. ชื่อและศัพท์ในทางปรัชญา ที่สำคัญ ปรัชญาเป็นกิจกรรมที่เป็นการคิดเพื่อยกระดับจิตใจ เพื่อขึ้นสู่มิติของความรู้แท้ ดังนั้น ปรัชญาจึงแตกต่างจากวิชาการอื่น ๆ ที่เต็มไปด้วยทฤษฎีและสูตรต่าง ๆ แม้ว่านักปรัชญาจะเขียนหรือแสดงทัศนะของตนออกมาในรูปหนังสือ ตำรา หรือทฤษฎี แต่ก็ถือเป็นเพียงผลผลิตของความคิด หรือผลผลิตของปรัชญา มิใช่ตัวปรัชญา สิ่งที่เรียกว่าปรัชญาแท้ ๆ ก็คือ กิจกรรมการคิดเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องตามความเป็นจริง การศึกษาผลงาน ความคิด ***ทฤษฎีของนักปรัชญา จึงไม่ใช่เพื่อการจดจำชื่อและคารมความคิดของคนเหล่านั้นเท่านั้น เพราะจะเป็นการลอกเลียนความคิดของผู้อื่น ทำตามผู้อื่น แสดงถึงความไม่เป็นอิสระของตน*** การเป็นนักปรัชญาที่ดี ต้องตั้งข้อสงสัยในทัศนะของคนอื่น ด้วยเหตุผล ต้องคิดวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ ให้รอบคอบถี่ถ้วนก่อน และถ้าหากเห็นด้วย ก็จึงค่อยรับเอาความคิดนั้นมาเป็นเครื่องนำทางให้เราสามารถท่องเที่ยวไปในดินแดนของปรัชญาด้วยตัวเราเองต่อไป การอ่านและทำความเข้าใจงานทางปรัชญา ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า งานเขียนเหล่านั้นเป็นผลจากสังคมที่แวดล้อมนักปรัชญาและความคิดของนักปรัชญาผู้นั้น ดังนั้นการอ่านงานทางปรัชญาจึงควรเข้าใจสภาพสังคมเชิงประวัติศาสตร์ที่ให้กำเนิดงานเหล่านั้นขึ้นมาด้วย และยังควรเข้าใจว่า เป้าหมายหลักของงานทางปรัชญา คือ การเสนอแนวคิดบางอย่างที่ “เป็นจริง” ในแง่ใดแง่หนึ่ง หลักการอ่านงานทางปรัชญาในที่นี้ก็คือ การตั้งคำถามว่าความคิดเหล่านั้นเป็นจริงอย่างที่กล่าวไว้หรือไม่ วิธีการเช่นนั้นจะทำให้ผู้อ่านได้ “โต้ตอบ” กับงานที่อ่าน เกิดเป็นบทสนทนาที่ไม่สิ้นสุด นักปรัชญาจะไม่สนใจเพียงหาคำตอบว่า พลาโตกล่าวอะไรไว้บ้าง หรือความคิดของพลาโตเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมทางสังคมอย่างไร แต่เขาต้องการรู้ว่าความคิดของพลาโตนั้นเป็นสิ่งที่ “ใช้การได้” (valid) หรือไม่ ซื่อฝันวันละ6บาท ซื้อฝันวันละ 6 บาท
ไม่เคยมีใครที่ดีพร้อม...
ไม่เคยมีใครที่ดีพร้อม ขอจงอย่าคาดหวังในตัวเขาให้มากเกิน --------------------------------------------------------------------------- ไม่เคยมีใครที่ดีพร้อม ขอให้เรายอมรับความจริงในข้อนี้ ฉะนั้นการคบหากับใครสักคน ขอจงอย่าคาดหวังในตัวเขาเสียเลิศลอย เพราะเขาก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาเหมือนกับเรา ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนอยู่ในตัว การตั้งความคาดหวังไว้สูง ก็เหมือนการขีดเส้นวงจำกัดไว้คับแคบ ซึ่งสักวันเราก็ต้องสูญเสีย สูญเสียทั้งความรู้สึก......... สูญเสียทั้งมิตรภาพ........ สุดท้ายเราก็ไม่อาจคบหากับใครได้จริงจังเลยแม้แต่สักคนเดียว _____________________ จาก กำลังใจ บนทางชีวิต โดย มนสุนทร สุราช ป่าน้ำค้าง...ครั้งที่๒
หวางกูไปอีก1เทอม!สอบเสร็จแล้ว หวางอก กูไปซักที นิติศาสตร์ยากอิ๊บหายเลย แต่เรียนไปเรียนมากะหยับอิหนุกดีเหมือนกันนิพี่น้อง! |
||||||||||||
|
|